
ความเป็นมา
จ
ากการศึกษาของศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้าน
สาธารณสุขพบว่า ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายในกรุงเทพมหานคร
มีอัตราการติดเชื้อเอชไอวีสูงขึ้นจากร้อยละ 17.3 ในปี 2546
เป็นร้อยละ 28.3 ในปี 2548 และในปี 2550 อัตราการติดเชื้อสูงขึ้น
เป็นร้อยละ 30.7 นอกจากนี้ข้อมูลจากการคาดประมาณจำนวน
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทยยังแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้น
ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายอีกด้วย
การป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวีอย่างมีประสิทธิภาพ
จำเป็นต้องบูรณาการกลไก มาตรการ และทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด การจัดให้มีบริการตรวจหาเชื้อเอชไอวีที่มีคุณภาพ
และมาตรฐาน โดยมีผู้ให้คำปรึกษาที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขภาพทางเพศ
และการดูแลสุขภาพในแบบฉบับของผู้ชายโดยเฉพาะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้
ผู้ใช้บริการมีความเชื่อมั่น และตัดสินใจเข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งหากทราบว่า ผลเลือดเป็นบวกเร็วเท่าใด ก็จะได้รับการดูแลรักษา
ได้อย่างทันท่วงที และมีชีวิตที่มีสุขภาพดีเป็นระยะเวลายาวนาน
นอกจากนี้หากรู้ผลเร็วก็จะช่วยลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้
การจัดให้มีบริการตรวจหาเชื้อเอชไอวีที่มีคุณภาพ
และมาตรฐานนั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากมาย ทั้งในส่วนของบุคลากร
และส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ พนักงานต้อนรับ
แผนกเวชระเบียน ผู้ให้คำปรึกษา กลุ่มหรือชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน เจ้าหน้าที่
ภาคสนาม และเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ รวมถึงปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน
ตลอดจนความเชื่อ ทัศนคติ และความพึงพอใจของผู้รับบริการ
เพราะผู้รับบริการเป็นหัวใจหลักของการบริการ และเป็นเสมือนกระจกเงา
สะท้อนภาพของการบริการได้เป็นอย่างดี
